การสักคิ้วหรือเพ้นท์คิ้วในปัจจุบัน ทั้ง 3 มิติและ 6 มิติ ผิดแผกแตกต่างกันอย่างใด

อุปกรณ์สักคิ้ว

อุปกรณ์สักคิ้ว

สมัยนี้นั้นมีการเพ้นท์คิ้วหลายมิติ ใครหลายคนอาจงุนงงและมองว่าถ้าหากไปสักคิ้ว ควรเพ้นท์คิ้วอย่างใด เริ่มจากการเพ้นท์คิ้ว 3 มิติ รวมทั้ง การสักคิ้วหรือเพ้นท์คิ้ว 6 มิติ ล้วนแล้วแต่จะต้องใช้อุปกรณ์สักคิ้วมาตรฐานเช่นกันทั้งหมด เพื่อที่จะให้ได้ชิ้นงานที่สักออกมาเป็นที่ถูกอกถูกใจ ถ้าว่าการสักคิ้วหรือเพ้นท์คิ้ว 6 มิตินั้นมาใหม่กว่าการเพ้นท์คิ้ว 3 มิติ แน่นอนว่าจะมีการพัฒนาวีธีการทำ อุปกรณ์พร้อมกับอุปกรณ์อื่นๆกันบ้าง ครั้งนี้เรามาดูความต่างระหว่างการเพ้นท์คิ้ว 3 มิติ หรือการสักคิ้ว 6 มิติกันดีกว่าว่ามีสิ่งไหนบ้าง

การสักคิ้ว 3 มิตินั้น เป็นการสักแบบลายเส้นขนเรียวเล็ก ลงบนผิวหนังชั้นกำพร้า เสมอเหมือนกึ่งสักครึ่งเพ้นท์ลงบนผิวหนัง โดยลงเข็มแค่ผิวหนังกำพร้า เสริมกับต้องใช้ยาชาชนิดที่เป็นครีมทาเติมทุกเมื่อระหว่างทำ แล้วจึงทำให้ไม่เจ็บปวด หรือไม่เกิดผลกระทบที่ทำให้ผิวหนังกำพร้าบวมแดงได้ และอันตรายใดๆก็ไม่เกิดขึ้นมา

การสักคิ้วหรือเพ้นท์คิ้ว 6 มิติ ใหม่เอี่ยม เครื่องมือสำหรับเพ้นท์คิ้วก็ได้รับการพัฒนา เป็นการสักลายเส้นขนคิ้วให้ราวกับว่าได้เพิ่มขนลงในแนวคิ้วแต่เดิม ไม่ก็เป็นการเคลียร์ทรงคิ้วให้สวยได้รูปมากขึ้นกว่าเดิม ทั้งยังเป็นธรรมชาติยิ่งกว่าอีกต่างห่าง

แม้ไถ่ถามว่าทั้งสองอย่างนั้นแตกต่างกันอย่างไร ก็คงจะเป็นความพริ้วรวมทั้งความเป็นธรรมชาติมากกว่า เหตุด้วยการเพ้นท์คิ้ว 6 มิตินั้นเป็นแบบใหม่กว่าก็จำเป็นมีการปรับปรุงที่เหนือกว่า ค่าสักก็ยังแพงกว่าเช่นกัน ทว่าถ้าใครก็ตามที่รักสวยรักงามจริงๆ ก็ย่อมต้องยอมเสียทรัพย์สิน เพื่อจะให้ตนเองสวยกันบ้างละ การสักคิ้วหรือเพ้นท์คิ้ว 6 มิตินั้นจะใช้กลยุทธ์แสงหรือเงา เข้ามาเสริมให้เกิดสีสันรวมทั้งขนคิ้วสลับซับซ้อนโดยเป็นงานสักที่ดูเป็นธรรมชาติอย่างที่สุด

จะอย่างไรก็ตาม ทั้งสอง ไม่ว่าจะเป็นการสักคิ้ว 3 มิติหรือว่าการเพ้นท์คิ้ว 6 มิติ ก็ยังเหนือกว่าการสักคิ้วแบบสมัยเก่าเป็นอันมาก เหตุด้วยการเพ้นท์คิ้วแบบเดิมนั้นใช้เครื่องมือสักคิ้วที่ยังหมดสมัยอยู่ เป็นเพียงการตีขอบคิ้วแล้วเขียนสีทึบๆลงไปเพียงนั้น จึงทำให้ดูเหมือนรูปคิ้วทาสีทุกขณะตั้งแต่หัวคิ้วจนกระทั่งปลายคิ้ว ดูแล้วไม่เหมือนธรรมชาติ แล้วยังดูแล้วหลอกตาพิกลๆอย่างไรก็ไม่รู้

ในการสักคิ้วหรือเพ้นท์คิ้วนั้น ใครหลายคนอาจเห็นว่าเหมาะสมเพียงหญิงสาวแค่นั้น แต่ถ้าว่าบุรุษหนุ่มก็สามารถสักคิ้วได้ และการเพ้นท์คิ้วก็ไม่เฉพาะจะสักได้แค่วัยหนุ่มสาวหรือไม่ก็วัยทำงานเพียงนั้น วัยผู้สูงอายุก็ยังสักคิ้วได้เหมือนกัน ทั้งนี้เพราะการสักคิ้วมิใช่เพียงแค่แก้ทรงคิ้วเพียงอย่างเดียว ยังทำให้หน้าตาไม่ดุ พร้อมทั้งไม่แก่ได้ด้วย

บางคนขี้กลัวว่าอุปกรณ์สักคิ้วจะทำให้เราบาดเจ็บ จะต้องขอ แจ้งให้ทราบไว้เลยว่า ถ้าหากเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่ได้คุณภาพ มีมาตรฐาน ประกันว่าคุณจะไม่พบปะกับสภาพที่น่าเป็นห่วงเหล่านี้เลย ก็เพราะว่าปัจจุบันนี้นั้นมียาชาแบบครีมที่เยี่ยมและมีคุณภาพสูง จะทำให้คุณไม่รู้สึกสิ่งไรเลยอย่างแน่แท้


มาดูว่าการเพ้นท์คิ้วมีขบวนการยังไงบ้าง เริ่มทำเช่นใด

ลักษณะการเพ้นท์คิ้ว

ลักษณะการเพ้นท์คิ้ว

ยุคปัจจุบันนี้อะไรก็แปรเปลี่ยนเร็ว สังเกตง่ายๆโดยจะดูจากโทรที่ใช้กันอยู่ ตัวเราแทบไล่ตามมันไม่ทันเลย ใช้รุ่นนี้อยู่ชั่วพริบตาเดียวก็มีแบบใหม่ออกมาแล้ว การสักก็อย่างเดียวกัน วิวัฒนาการไปไกลมาก จากสักตัว มาเป็นสักคิ้วถาวร แล้วมาเป็นเพ้นท์คิ้วในมิติหลากหลาย ในทัศนคติของช่างสักแล้ว ด้วยอุปกรณ์สักคิ้วที่ได้มาตรฐานจะเป็นตัวช่วยอย่างดีที่สุดที่จะทำให้งานเพ้นท์คิ้วออกมาอย่างมีคุณภาพและงดงาม ที่สำคัญภายหลังสักแล้วนั้นไม่มีปัญหาเรื่องผิวหนังระคายอย่างแน่นอน ซึ่งอันแรกคุณจำเป็นแจกแจงให้ผู้ที่สักรับฟังก่อนว่าการสักคิ้วหรือเพ้นท์คิ้วนั้นเป็นการสักคิ้วแบบใหม่ด้วยอุปกรณ์สักคิ้วชั้นยอด เมื่อสักแล้วจะให้เห็นเสมือนคิ้วจริงๆอย่างหนัก เนื่องจากอุปกรณ์สักคิ้วชั้นยอดนั้นละเอียดละออที่จะสักทีละเส้นแบบเส้นขนคิ้ว สีที่ใช้นั้นเป็นสีธรรมชาติ สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ สีสักที่ใช้ร่วมกับอุปกรณ์สักคิ้วชั้นยอดนั้นติดแน่นคงทนนาน 2 – 3 ปี ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพผิวหนังของแต่ละคน  และสมัยปัจจุบันสีสักคิ้วค่อนข้างจะเปลี่ยนไปตามสีผม เทรนการเสริมสวย ฉะนั้นต้องไม่ที่จะสักคิ้วแบบถาวร หากสักคิ้วถาวรนั้นจะแก้ได้ลำบากมาก แถมเจ็บตัว เสียเงินเสียทองยิ่งกว่าอีกต่างหาก

ซึ่งการสักคิ้วหรือเพ้นท์คิ้วแบบนี้นั้นมีขบวนการดังนี้

  • วาดเขียนแบบคิ้วให้ผู้ที่สักคิ้วดูก่อนตามที่อยากได้ โดยควรต้องให้ผู้ที่สักนั่งแล้วแต่งแบบคิ้ว ไม่ควรนอนวาดเขียน ทั้งนี้เพราะระดับแสงและเงาไม่เหมือนกัน ครั้นเมื่อดีไซด์แบบแล้ว ค่อยๆโกนคิ้วส่วนเกินออก ตบแต่งรูปคิ้วให้เรียบร้อย ต่อจากนั้นเราจะมองเห็นทิศทางของเส้นขนจริงของผู้ที่สักคิ้ว
  • ใช้ดินสอหรือไม่ก็ปากกากันน้ำที่เป็นอุปกรณ์สักคิ้วมาตรฐานเท่านั้น มาจุดลงตรงโครงส่วนหัว ตรงกลาง ตรงหางของทรงคิ้ว และทำการวัดทรงคิ้วทั้งสองให้เท่ากัน จากนั้นก็ให้ผู้ที่รับการสักลงนอน เช็คคิ้วที่ได้มาร์คไว้ว่าแลเห็นอย่างชัดเจน
  • เช็ดชำระล้างคิ้วและผิวโดยรอบคิ้วด้วยน้ำ ไม่ก็ครีมที่มีส่วนประกอบของตัวยาที่ป้องกันแบคทีเรียต่างๆ สำหรับป้องกันการติดเชื้อ ข้อห้ามนั้น ต้องไม่ใช้แอลกอฮอลล์เช็ดถูแผลทีสักเพราะว่าบางคนแพ้และทำให้ผิวหนังชั้นกำพร้าเกิดอาการแสบ บวม แดง ควรที่จะขัดถูเบาๆ เพื่อไม่ให้ไปถูกตำแหน่งที่วาดเอาไว้ด้วย
  • ใช้ตัวช่วยของอุปกรณ์สักคิ้วมาตรฐาน เช่นยาชาน้ำ หรือยาชาเนื้อครีม แล้วปิดด้วยแร๊ปเฉือนเป็นแถบยาวให้แนบสนิท สำหรับคุ้มกันไม่ให้อากาศเข้าถึงได้ จากนั้นทิ้งไว้โดยประมาณ30 นาทีแล้วจัดการทำการสัก แต่ทว่าถ้ากลัวเจ็บตัวแนะให้ใช้ยาชานาโนป้ายย้อนจากคิ้วไล่ถึงหัวคิ้ว ทิ้งไว้สัก 5 นาที โดยไม่ควรต้องปิดแร๊ป แล้วก็สักต่อได้เลย
  • ก่อนที่เริ่มสักนั้น จำเป็นจะต้องผสมสีก่อน แล้วน่าจะสัมผัสที่ผิวชิดกับคิ้วว่าสีสักเข้ากันกับสีผมหรือเปล่า และเมื่อลงมือทำลายเส้นขนนั้นให้มองดูคิ้วจริงเป็นหลักด้วยตั้งแต่หัวคิ้วยันหางคิ้ว
  • เมื่อดำเนินการเพ้นท์คิ้วด้วยอุปกรณ์สักคิ้วที่มีคุณภาพสำเร็จลุล่วงแล้วนั้น ก็ควรจะเคลือบเจลบำรุงคิ้วอาณาบริเวณที่ทำการสัก เพราะป้องกันเชื้อพร้อมทั้งช่วยให้รอยสักหายไวขึ้น รวมทั้งสมควรให้เจลฆ่าเชื้อนี้ให้ผู้ที่สักคิ้ว เพื่อให้ลูกค้าไปดูแลรักษาต่อที่เคหสถาน โดยจะแจ้งผู้ที่สักคิ้วว่าสมควรต้องทาเจลบำรุงคิ้ววันละ 3-4 คราว ให้ทาติดต่อกันอยู่ราวๆ 3 วัน ต่อจากนั้นอีก 7 วัน สะเก็ดรอยสักก็จะเริ่มล่วงหายไป เผยให้เห็นถึงคิ้วที่ทำการสักมาอย่างงาม